PRACTICE RESPOND SUPPORT
ซีรีส์บทสนทนากับชุมชนสร้างสรรค์ของเรา
ในฐานะศิลปิน ภัณฑารักษ์ และผู้สนับสนุน การสร้างและขับเคลื่อนการทำงานด้านศิลปะ ‘practice’ หมายถึงอะไร?
เหตุใดเราจึงควรเข้าใจว่า ‘practice’ ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ หากแต่เป็นรูปแบบของการลงมือทำที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น การทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง การสั่งสม และการฝังตัวอยู่ทั้งในร่างกายและบริบทของการทำงาน?
เหตุใดเราจึงควรตระหนัก ว่าแรงขับและวิธีการสร้างสรรค์ของเรานั้นไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากแต่ตั้งอยู่ในระบบนิเวศศิลปะ ตอบสนองต่อบริบทแวดล้อม และบ่อยครั้งเกิดขึ้นจากเครือข่ายผู้คนรอบตัว?
การฝึกฝนที่ตอบสนองต่อชุมชนเหล่านั้นถูกสนับสนุนอย่างไร โดยบุคคล สถานที่ และความจำเป็นใด?
และเพราะเหตุใด ประสบการณ์ของผู้ชมในกระบวนการทำงานเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม?
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป โปรแกรมนี้มุ่งเปิดโอกาสให้แวดวงศิลปะศิลปะในประเทศไทยได้ร่วมกันสำรวจประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งบทสนทนา กลุ่มอ่านหนังสือ เวิร์กช็อป การลงพื้นที่ศึกษา ทุนสนับสนุนนักเขียน ตลอดจนการจัดแสดงผลงานและรูปแบบอื่นๆ กิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นโดย deCentral ในสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ พร้อมความขอบคุณต่อชุมชนสร้างสรรค์ในพื้นที่ที่ยินดีร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน
Practice Respond Support เชิญชวนศิลปิน ภัณฑารักษ์ นักเขียน นักสะสม แกลเลอรี อาจารย์ นักศึกษา และผู้ปฏิบัติงานด้านศิลปะจากทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และโครงการ ผ่านบทสนทนาเชิงวิพากษ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ว่าด้วยรูปร่างของนิเวศศิลปะในประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจความท้าทายที่กำลังเผชิญ และความฝันที่กำลังถักทอไปสู่อนาคต
deCentral หวังว่าจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับแวดวงศิลปะของเรา เสริมสร้างศักยภาพในการริเริ่มผลิต ขับเคลื่อน เรียนรู้ และเกื้อหนุนพันธกิจอันหลากหลายที่เรามีต่อศิลปะ ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในสังคมร่วมสมัย
*รายละเอียดเจ้าภาพและผู้เข้าร่วมที่ได้รับการยืนยันแล้ว จะทยอยประกาศในลำดับถัดไป โปรดติดตามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา
โปรแกรมนี้แบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก
โครงการทุนเดินทางสำหรับนักเขียน
การเปิดรับสมัคร
รอติดตามรายละเอียดได้เร็วๆ นี้
deCentral มอบโอกาสให้นักเขียนรุ่นใหม่จำนวน 6 คน ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ได้เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อไปสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนศิลปะเฉพาะแห่ง ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถสมัครได้โดยไม่จำกัดอายุหรือสัญชาติ โดยต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยในช่วงเวลาการสมัคร ทุนนี้มุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับชุมชนศิลปะทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนนักเขียนด้านศิลปะหน้าใหม่ ให้ได้สำรวจและสะท้อนมุมมองต่อภูมิทัศน์ศิลปะที่หลากหลายของไทย
deCentral เปิดรับข้อเสนอแผนการเดินทางและหัวข้อเพื่อนำไปสู่การเขียนบทความจำนวนหนึ่งชิ้น ที่สำรวจและวิพากษ์นิเวศศิลปะนอกกรุงเทพฯ ผ่านการพูดถึงนิทรรศการ กิจกรรมศิลปะ ศิลปิน หรือกลุ่มศิลปิน
ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการเผยแพร่ร่วมกับ Art & Market และ 101 World ในภาษาภาษาอังกฤษและภาษาไทย
กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ 25 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ซีรีส์บทสนทนาที่สำรวจความหมายของ ‘practice’ ในแวดวงศิลปะ จากมุมมองศิลปิน ภัณฑารักษ์ และผู้สนับสนุน บนบริบทของประเทศไทย และเชื่อมโยงกับบริบทสากล
ที่ deCentral เรามอง ‘practice’ ในฐานะกระบวนการต่อเนื่อง มากกว่าการกระทำเพียงครั้งเดียว ที่ก่อตัวผ่านระยะเวลา การทำซ้ำ การสั่งสมความรู้ผ่านร่างกาย และความสัมพันธ์ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่เฉพาะ บทสนทนาเหล่านี้จึงมิได้ตั้งใจเร่งรัดหาคำตอบ หากแต่มุ่งท้าทายสมมติฐานของเราเอง ทั้งต่อปริมาณและความเร็วของการผลิต ต่อบทบาทของ ‘ความน่าตื่นตาตื่นใจ’ และต่อความเข้าใจเรื่องความเป็นมืออาชีพ เพื่อย้อนถามอย่างจริงจังว่า การทำให้ภูมิทัศน์ศิลปะมี ‘สมรรถนะ’ นั้น แท้จริงแล้ว หมายถึงอะไร
วัฒนธรรมร่วมสมัยจำนวนไม่น้อยยกย่องสิ่งใหม่ เฉลิมฉลอง ‘ประสบการณ์ครั้งเดียวในชีวิต’ ผ่านตัวเลขสถิติที่เร้าอารมณ์ให้เกิดการบริโภค โปรแกรม Practicing Practice(s) จึงชวนคิดกลับ ให้คุณค่ากับแนวปฏิบัติทางศิลปะที่เกิดขึ้นช้าๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ และมักเกิดขึ้นร่วมกับผู้คนและสถานที่ซึ่งไม่ปรากฏในโลกศิลปะเชิงตลาดของเรา
ใน Practicing Practice(s) เราถามว่า ศิลปะสามารถประกอบขึ้นเป็นการทำงานได้อย่างไร และเพราะเหตุใดกำลังกายและกำลังเวลาเหล่านี้ จึงควรถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ก่อกำเนิดจังหวะเวลา การเมือง และความสัมพันธ์รูปแบบใหม่
โปรแกรม Practicing Practice(s) ออกแบบและดำเนินการโดย อารีแอน สุทธวงษ์ ร่วมด้วย โซอี้ บัตต์
การเปิดรับสมัคร
รอติดตามรายละเอียดได้เร็วๆ นี้
Monsoon School คือโครงการทดลองด้านการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ ประกอบด้วยเวิร์กช็อปภาคสนาม การเดินทางศึกษาพื้นที่ การพำนักเชิงวิจัย และสตูดิโอแบบเปิด จัดขึ้นในช่วงฤดูมรสุม (สิงหาคม–พฤศจิกายน 2026) ณ จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ภาคเหนือของประเทศไทย
พื้นที่เหล่านี้หล่อหลอมด้วยภูมิประเทศภูเขา ระบบแม่น้ำ ป่าไม้ และภูมิทัศน์เกษตรกรรม ซึ่งชีวิตประจำวัน เวลา การลงมือลงแรง การเคลื่อนย้าย และการพักผ่อน ถูกจัดระเบียบโดยวัฏจักรของฝน
อย่างไรก็ตาม ความเสียหายจากมรสุมได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลัง อันเป็นผลจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียพื้นที่ป่า การเกษตรเชิงเดี่ยว การสร้างเขื่อนพลังงานน้ำ การขยายตัวของเมืองจากการท่องเที่ยว และปัญหาหมอกควันตามฤดูกาลที่เกิดซ้ำ
Monsoon School จึงมองว่า ‘มรสุม’ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศ หากแต่เป็นกรอบประสบการณ์ชีวิต ที่เผยให้เห็นการทับซ้อนระหว่างนิเวศวิทยา ประวัติศาสตร์ กับความสัมพันธ์ทางสังคม
ผู้เข้าร่วมจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งศิลปิน ภัณฑารักษ์ ผู้สร้างภาพเคลื่อนไหวและละครเวที สถาปนิก ผู้ทำงานกับชุมชน และสาขาอื่นๆ จะได้รับการคัดเลือก เน้นผู้ที่ทำงานโดยคำนึงถึงบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ และสร้างสรรค์โครงการร่วมกับชุมชนผ่านการตั้งคำถามร่วมกัน
โครงการ ‘Monsoon School’ ดำเนินร่วมกับผู้ทำงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมรับเชิญ ซึ่งพัฒนาแนวทางการทำงานภาคสนามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งคำถามว่าบริบทของสถานที่หนึ่งๆ สามารถเปิดเผย “วิธีการสื่อสาร” แบบใดได้บ้าง
Monsoon School ให้ความสำคัญกับการทำงานทางศิลปะที่ตั้งอยู่บนฐานของความรู้ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและต่อรองปรับตัวอยู่เสมอเพื่อเผยให้เห็นรูปแบบการทำงานที่ตอบสนองต่อบริบท และมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่ที่มันก่อรูปขึ้น
Monsoon School ริเริ่มและนำโดย เวิน โด
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้