Event #3 - Creating Collective Agency Through Practice
Practicing Practice(s)
Event #3 - Creating Collective Agency Through Practice
เมื่อแนวทางการทำงานด้านศิลปะและกระบวนการภัณฑารักษ์ขยายขอบเขตไปไกลเกินกว่ารูปแบบนิทรรศการและผลงานศิลปะที่จัดแสดง นำไปสู่การเสวนา การจัดกิจกรรม หรือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ การเสวนาในช่วงเช้าชวนตั้งคำถามว่า การสนับสนุนผู้อื่น การสร้างพื้นที่ หรือการสร้างโอกาสในการพบปะคืออะไร สิ่งใดคือแรงขับเคลื่อนกิจกรรมเหล่านั้น และเป้าหมายหลักที่พวกเขาสนใจคือใคร จากนั้น เสวนาในช่วงบ่ายจะชวนตั้งคำถามถึงพลวัตของเทศกาลศิลปะ ไม่ใช่แค่ในฐานะของข้อจำกัด แต่ในฐานะของสิ่งที่ก่อให้เกิดแนวทางการทำงาน ความสนใจ และความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้อย่างไร และหลังจากที่เทศกาลนั้นๆ ผ่านไปแล้ว มีร่องรอยใดที่มันยังคงทิ้งไว้บ้าง
Panel #1: การเป็นเจ้าภาพในฐานะ 'Practice’ รูปแบบหนึ่ง
ดำเนินกิจกรรมโดย โซอี้ บัตต์ (deCentral)
ผู้ร่วมเสวนา
อังกฤษ อัจฉริยโสภณ (ศิลปิน ผู้ก่อตั้ง ‘Angkrit Gallery’ เชียงราย)
มา ฮนิน (ภัณฑารักษ์และผู้ร่วมก่อตั้ง ‘A New Burma’ เชียงใหม่)
ปณชัย ชัยจิรรัตน์ (ศิลปินและผู้ร่วมก่อตั้ง ‘NOIR ROW’ อุดรธานี)
Panel #2: จาก Practice สู่อีเวนต์: เทศกาลและวัฏจักรของมัน
ดำเนินกิจกรรมโดย พิรญาณ์ อาจวิชัย (deCentral)
ผู้ร่วมเสวนา
ธิติ ธีรวรวิทย์ (SACRED SPACES สุพรรณบุรี)
พงศกรณ์ ญาณะณิสสร (GHOST กรุงเทพฯ)
ปิยธิดา อินตา (Phimailongweek นครราชสีมา)
ปกรณ์ รุจิระวิไล (a.e.y.space สงขลา)
ตารางกิจกรรม
10.30: ลงทะเบียน (สำหรับผู้ใช้ภาษาไทยและต้องการการแปล โปรดนำสมาร์ทโฟนและหูฟังมาเองสำหรับกิจกรรมช่วงเช้า)
11.00 - 12.00: Panel #1: การเป็นเจ้าภาพในฐานะ ‘Practice’ รูปแบบหนึ่ง
12.00 - 12.45: Q&A
12.45: พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.30: ลงทะเบียนช่วงบ่าย
14.00 - 15.00: Panel #2: จาก Practice สู่อีเวนต์: เทศกาลและวัฏจักรของมัน
15.00 - 15.45: Q&A
15.45 - 16.30: สรุปกิจกรรม
11.00 - 12.45 : การเป็นเจ้าภาพในฐานะ ‘Practice’ รูปแบบหนึ่ง
ทุกวันนี้ ศิลปินและภัณฑารักษ์ในไทยได้หันมาจับมือร่วมงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาริเริ่มสร้างสรรค์โครงการร่วมกับผู้คนในชุมชนเพื่อตอบสนองต่อบริบทพื้นที่ของตนเอง เมื่อแนวทางการทำงานด้านศิลปะและกระบวนการภัณฑารักษ์ขยายขอบเขตไปไกลเกินกว่ารูปแบบของนิทรรศการและผลงานศิลปะที่จัดแสดง นำไปสู่การเสวนา การจัดกิจกรรม หรือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ กลายเป็นแนวทางการทำงานด้านศิลปะที่ชวนให้เราไปสำรวจบริบททางสังคมและเงื่อนไขอื่นๆ ที่ก่อร่างเป็นแนวทางการทำงานเหล่านี้ขึ้นมา การเสวนาในช่วงแรกจะครอบคลุมประเด็นเรื่องการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายการทำงาน ความร่วมมือรูปแบบต่างๆ การแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ร่วมกันที่นำไปสู่โอกาสใหม่ๆ รวมทั้งค้นหาคำตอบร่วมกันว่าการสนับสนุนผู้อื่น การสร้างพื้นที่ หรือการสร้างโอกาสในการพบปะคืออะไร สิ่งใดคือแรงขับเคลื่อนกิจกรรมเหล่านั้น และกลุ่มผู้ชมที่พวกเขาสนใจคือใคร
14.00 - 15.45 : จาก Practice สู่อีเวนต์: เทศกาลและวัฏจักรของมัน
แม้การทำงานด้านศิลปะและศักยภาพในแง่การตลาดของงานนั้นๆ มักถูกประเมินและตัดสินผ่านความต่อเนื่องในการทำงานสร้างสรรค์หรือการจัดแสดงผลงาน แต่เทศกาลศิลปะก็ได้กลายมาเป็นช่องทางที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ในแง่การจัดการและการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับผลงานศิลปะทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างของเทศกาลศิลปะมักเริ่มจากการร่างข้อเสนอโครงการ การระดมทุน และการสนับสนุนระยะสั้น เทศกาลศิลปะจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ซึ่งเผยให้เห็นแนวทางการปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้แนวทางการปฏิบัติเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นจังหวะ เกิดการควบรวมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างช่วงเวลาที่โดดเด่นและเฉพาะตัวในฐานะเทศกาล ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการทดลอง และการทำงานร่วมกัน การเสวนาในช่วงนี้จะชวนมองว่าเงื่อนไขดังกล่าว ซึ่งเชื่อมโยงกับการสนับสนุนตามโครงการและกรอบเวลาที่จำกัด ส่งผลต่อรูปแบบของงานที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร แนวคิดของเทศกาลได้รับการพัฒนาและแบ่งปันอย่างไร และแนวทางการปฏิบัติ (Practices) ถูกนำเสนอและประกอบสร้างขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร การเสวนาในช่วงนี้ชวนตั้งคำถามถึงพลวัต (Dynamics) ไม่ใช่แค่ในฐานะของข้อจำกัด แต่ในฐานะของสิ่งที่ก่อให้เกิดแนวทางการทำงาน ความสนใจ และความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้อย่างไร และหลังจากที่เทศกาลนั้นๆ ผ่านไปแล้ว มีร่องรอยใดที่มันยังคงทิ้งไว้บ้าง
เมื่อแนวทางการทำงานด้านศิลปะและกระบวนการภัณฑารักษ์ขยายขอบเขตไปไกลเกินกว่าพื้นที่ของนิทรรศการแบบที่เราคุ้นเคยกันมา ทว่านำไปสู่การเสวนา การจัดกิจกรรม หรือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ แนวทางการทำงานเหล่านี้ล้วนกระตุ้นต่อการตั้งคำถามถึงสภาพทางสังคมและเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ ที่ก่อร่างเป็นแนวทางการทำงานเหล่านี้ขึ้นมา ทุกวันนี้ ศิลปินและภัณฑารักษ์ในไทยได้หันมาจับมือร่วมงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาริเริ่มสร้างสรรค์โครงการร่วมกับผู้คนในชุมชนเพื่อตอบสนองต่อบริบทพื้นที่ของตนเอง การเสวนาในช่วงแรกจะครอบคลุมประเด็นเรื่องการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายการทำงาน ความร่วมมือรูปแบบต่างๆ การแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ร่วมกันที่นำไปสู่โอกาสใหม่ๆ พร้อมตั้งถามต่อว่า แนวทางการทำงานของพวกเขาสอดรับ ขัดแย้ง หรือแตกต่างกับตรรกะของระบบตลาดและนิยามจากสถาบันต่างๆ อย่างไร
กิจกรรมนี้จึงเป็นการรวมตัวผู้ที่ทำงานและสลับบทบาทอย่างลื่นไหลทั้งในฐานะศิลปิน ภัณฑารักษ์ ผู้จัดกิจกรรม ผู้จัดงาน ผู้สนับสนุนเงินทุน และนักวิชาการ การสนทนาช่วงเช้าจะชวนให้ผู้ร่วมงานขบคิดว่าผลงานของตนท้าทายแนวคิดของการทำงานด้านศิลปะอย่างไร รวมทั้งค้นหาว่าการสนับสนุนผลงานของผู้อื่น การสร้างพื้นที่ หรือการสร้างโอกาสในการพบปะคืออะไร นิยามของงานศิลปะและงานภัณฑารักษ์เริ่มต้นหรือสิ้นสุด ณ ที่ใด หากการจำกัดความดังกล่าวควรมีอยู่
แม้การทำงานศิลปะ (และศักยภาพในแง่การตลาดของงานนั้นๆ) มักถูกประเมินและตัดสินผ่านความต่อเนื่องในการทำงานสร้างสรรค์หรือการจัดแสดงผลงาน แต่เทศกาลศิลปะก็ได้กลายมาเป็นช่องทางที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ในแง่การจัดการและการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับผลงานศิลปะทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างของเทศกาลศิลปะมักเริ่มจากการร่างข้อเสนอโครงการ การระดมทุน และการสนับสนุนระยะสั้น เทศกาลศิลปะจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ซึ่งเผยให้เห็นแนวทางการปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้แนวทางการปฏิบัติเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นจังหวะ เกิดการควบรวมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างช่วงเวลาที่โดดเด่นและเฉพาะตัวในฐานะเทศกาล ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการทดลอง การทำงานร่วมกัน และการพบปะในรูปแบบที่อาจไม่เกิดขึ้นได้หากไม่มีเทศกาลนี้ แนวทางการปฏิบัติที่ถูกนำเสนอในรูปแบบนี้มักจะเคลื่อนไปมาระหว่างการหยุดนิ่งและการเคลื่อนไหว โยกย้ายไปมาระหว่างความต้องการที่จะถูกมองเห็น โอกาสที่เกิดขึ้นอย่างชั่วครั้งชั่วคราว และความไม่หยุดนิ่งของเทศกาลศิลปะเหล่านี้
การเสวนาในช่วงบ่ายจะชวนมองเทศกาลศิลปะในฐานะการทำงานเชิงบริหารจัดการที่ส่งผลต่อรูปแบบของแนวทางการปฏิบัติ (Practices) ชวนตั้งคำถามถึงรูปแบบของงานศิลปะที่อาจจะเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของรูปแบบของการสนับสนุนเป็นรายโครงการ และกรอบระยะเวลาที่จำกัด และวัฏจักรการทำงานเหล่านี้ส่งผลต่อการเกิดขึ้น การขยายตัว และการเผยแพร่แนวคิดต่างๆ อย่างไร ความจำเป็นในการเสนอผลงานและจัดตั้งโครงการใหม่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งผลต่อขนาด ระยะเวลา หรือทิศทางของเทศกาลศิลปะอย่างไรบ้าง แทนที่จะมองสิ่งเหล่านี้เป็นข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว การสนทนาในช่วงบ่ายนี้ยังมองไปถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ในการปฏิบัติงาน รูปแบบความสนใจ และความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ผู้เข้าร่วม และโครงสร้างของงานเทศกาล และถึงแม้เทศกาลจะสิ้นสุดลงไปแล้ว ร่องรอยและเครือข่ายใดบ้างที่จะยังคงหลงเหลืออยู่
ข้อมูลสำคัญ
วัน: 4 กรกฎาคม 2569
เวลา: 10.30 น. - 16.30 น.
สถานที่: ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ (TCDC เชียงใหม่) (ที่จอดรถมีจำกัด): Google Map
ภาษา: ไทยและอังกฤษ โดยมีบริการล่ามแปลภาษา (สำหรับผู้ที่ต้องการการแปล โปรดนำสมาร์ทโฟนและหูฟังมาเอง)
เปิดให้เข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้าเนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก deCentral และมหาวิทยาลัยศิลปากร (ภาพจากส่วนหนึ่งของกิจกรรม Practicing Practice(s) Event #1 - How do we learn to practice?)
Organized By

Venue Support By

