Monsoon School #1 - Open Studios
Monsoon School #1
Open Studios: Site as Method
ขอเชิญร่วมกิจกรรมโอเพ่นสตูดิโอของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Monsoon School #1
กิจกรรมบางส่วนของ Monsoon School #1 เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมผ่านโอเพ่นสตูดิโอต่าง ๆ
มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนว่าข้อคำถาม ระเบียบวิธี และเงื่อนไขทั้งในด้านสถานที่และการปฏิบัติงานที่มีความสำคัญต่อการทำงานของกระบวนกรร่วมของเรา อันได้แก่ NOIR ROW ART SPACE, LIR, field-0, Exutoire และผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเลือก
กิจกรรมโอเพ่นสตูดิโอเหล่านี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกว่าระเบียบวิธีต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร จากการเข้าไปมีส่วนร่วมระยะยาวกับสถานที่เฉพาะแห่ง ชุมชนบางชุมชน และบริบทเฉพาะ โดยนำเสนอผลงานที่เกิดขึ้นระหว่างโครงการ จดหมายเหตุ (Archive) การจัดทำบันทึกกระบวนการทำงาน (Documentation) และกระบวนการวิจัย
Open Studios: Monsoon School #1 - Site as Method
กิจกรรมบางส่วนของ Monsoon School #1 เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมผ่านโอเพ่นสตูดิโอต่าง ๆ มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนว่าข้อคำถาม ระเบียบวิธี และเงื่อนไขทั้งในด้านสถานที่และการปฏิบัติงานที่มีความสำคัญต่อการทำงานของกระบวนกรร่วมของเรา อันได้แก่ NOIR ROW ART SPACE, LIR, field-0, Exutoire และผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเลือก
โปรดทราบ:
- โอเพ่นสตูดิโอแต่ละครั้งจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมสำหรับบุคคลทั่วไปไว้ที่ 20 ท่าน โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและให้สิทธิ์ผู้ลงทะเบียนตามลำดับก่อน-หลัง
- มีบริการแปลภาษา (สำหรับผู้ที่ต้องการการแปล กรุณานำหูฟังและอุปกรณ์ที่สามารถต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาเอง)
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพรวมของ Monsoon School และ Monsoon School #1 - Site as Method
เวิร์กช็อปนี้สำรวจว่าวัตถุสร้างความหมายอย่างไร โดยไม่ได้มองเป็นหน่วยที่แยกจากกัน แต่ผ่านความสัมพันธ์ที่ถูกตีความและวิธีการจัดแสดง เวิร์กช็อปนี้นำเสนองานศิลปะจัดวางแบบมีส่วนร่วมและมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ซึ่งวัตถุจะถูกจัดเรียงใหม่และตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีชุดแท่นวางและชั้นติดผนังสำหรับการจัดแสดง ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับกรอบ ระบบ หรือสถานที่พบปะ โดย NOIR ROW ART SPACE จะติดตั้งวัตถุที่คัดสรรมาของพวกเขา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการจัดแสดงดังกล่าวนำเสนอให้เกิดการอ่านและตีความความหมายอันหลากหลายที่เป็นไปได้ โดยไม่ต้องมีคำนิยายแบบตายตัว
โอเพ่นสตูดิโอนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนำวัตถุจำนวนหนึ่งมาร่วมทำการจัดแสดงของตนเอง วัตถุเหล่านี้อาจเป็นของใช้ส่วนตัว สิ่งของที่พบเจอมา สิ่งของที่นำมาใช้งานได้ หรือสิ่งของที่ไม่สามารถระบุความหมายได้อย่างแน่ชัด โดยวัตถุทั้งหมดต้องมีขนาดไม่เกิน 30 × 30 × 30 ซม. (กว้าง × สูง × ลึก) และน้ำหนักไม่เกิน 3 กก.
ตลอดการทำเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมจัดเรียงวัตถุของตนใหม่ภายในโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ให้ กระบวนการนี้เน้นที่การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องมากกว่าผลลัพธ์ที่ตายตัว สิ่งของหรือวัตถุอาจถูกจัดกลุ่ม แยกออกจากกัน หรือนำมาจัดเรียงเป็นแถว เพื่อให้เกิดความหมายผ่านการจัดวางวัตถุใกล้กัน การเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง และการทำซ้ำ
ในระหว่างการทำกิจกรรม NOIR ROW ART SPACE จะเลือกกลุ่มวัตถุเฉพาะเพื่อนำมาอภิปราย พวกเขาจะตรวจสอบว่าการนำสิ่งของมาวางข้างกันเพื่อเปรียบเทียบสร้างการอ่านและตีความหมายแบบอื่นที่อาจมองไม่เห็นเมื่อพิจารณาวัตถุเพียงชิ้นเดียวได้อย่างไร ด้วยวิธีนี้ วัตถุไม่เพียงแค่บรรจุความหมาย แต่ยังสร้างและเผยให้เห็นความหมายนั้นที่สัมพันธ์กันผ่านบริบทและการจัดวาง
ด้วยเหตุนี้ ผลงานการจัดวางของเวิร์กช็อปนี้จึงยังคงเปิดกว้าง เป็นการจัดแสดงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอซึ่งถูกกำหนดและก่อร่างโดยมือของผู้คนมากมาย หลากหลายมุมมอง และต่างกาลเวลา
หมายเหตุ:
- วัตถุเหล่านั้นต้องเหมาะสมสำหรับการจับต้องและสามารถถูกเคลื่อนย้ายโดยผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ ได้
- วัตถุเหล่านั้นต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรืออันตรายต่อผู้เข้าร่วม สิ่งแวดล้อม หรือโครงสร้างการจัดแสดง
โปรดทราบว่า หากคุณสนใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปนี้ กรุณากรอก แบบฟอร์มลงทะเบียน ให้ครบถ้วน (ให้สิทธิ์ผู้ลงทะเบียนตามลำดับก่อน-หลัง) และต้องลงทะเบียนภายในวันที่ 5 สิงหาคมเพื่อรับการพิจารณา โดยคุณจะได้รับการแจ้งกลับภายในวันที่ 10 สิงหาคม หากการลงทะเบียนของคุณได้รับเลือก
การนำเสนอนี้สำรวจการปฏิบัติงานที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของ 900mdpl สถาบันศิลปะอิสระที่เน้นการเรียนรู้แบบยั่งยืน ซึ่งริเริ่มในปี พ.ศ.2560 ที่กาลิอูรัง ประเทศอินโดนีเซีย หมู่บ้านรีสอร์ทประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟเมราปีเพียง 7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่มากที่สุดในเขตภูเขาไฟที่เรียกว่าวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก จากความเข้าใจว่าไม่มีสิ่งใดตั้งอยู่ได้ถาวรบนพื้นดินเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา 900mdpl สำรวจว่าการปฏิบัติงานทางศิลปะและสถาบันสามารถเติบโตได้อย่างไรภายใต้สภาวะที่ไม่มั่นคง ความเปราะบางทางนิเวศวิทยา และการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
900mdpl ได้พัฒนาขึ้นเป็นสถาบันที่ตอบสนองต่อสถานที่และถูกหล่อหลอมด้วยความเป็นจริงทางวัฒนธรรมและธรณีวิทยาของกาลิอูรัง ผ่านโครงการศิลปินพำนัก นิทรรศการเบียนนาเล่ที่จัดขึ้น 2 ปีครั้ง โปรแกรมสาธารณะ สิ่งพิมพ์ และพิพิธภัณฑ์สัญจร โดยมุ่งเน้นที่การจัดแสดงนิทรรศการ 900mdpl ทั้ง 3 ครั้ง (พ.ศ.2560, 2562 และ 2565) LIR จะย้อนรอยความเป็นมาของการจัดงานแต่ละรอบผ่านกิจกรรมขนาดย่อม การพบปะเพื่อสร้างผลงานร่วมกัน และผลงานศิลปะที่ว่าสร้างขึ้นมาใหม่โดยศิลปินชาวอินโดนีเซียและนานาชาติ โดยจะเน้นไปที่การจัดแสดงในปี พ.ศ.2565 ของ 900mdpl ซึ่งมีการเปลี่ยนจากการทำงานกับสังคมไปสู่การทำงานภายในสังคม ว่าได้ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนบทบาทของภัณฑารักษ์ ขยายการมีส่วนร่วมของชุมชนในการตัดสินใจทางศิลปะและองค์กร และละลายพรมแดนระหว่างศิลปิน ผู้จัดการ และ "เพื่อนบ้าน" ได้อย่างไร ผ่านกระบวนการนี้ 900mdpl มีความโปร่งใสและยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้โครงการ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์ทางสังคมมาบรรจบและหลอมรวมกัน
การนำเอาแนวคิดอย่างการผสมผสานทางวัฒนธรรม (creolization) และ 'ลากู' (วิถีการเรียนรู้ที่ฝังรากลึกแบบชวา) มาใช้ การนำเสนอครั้งนี้จึงเสนอ 900mdpl ในฐานะแบบจำลองที่มีชีวิตสำหรับการปลดปล่อยจากการครอบงำทางวัฒนธรรมในรูปแบบการสร้างสถาบันสำหรับศิลปะร่วมสมัย ผ่านการบันทึกภาพ การสะท้อนความคิดจากภัณฑารักษ์ และโครงการศิลปะที่คัดสรรมาแล้ว กิจกรรมครั้งนี้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับสถาบัน โดยมองสถาบันไม่ใช่ในฐานะโครงสร้างที่ตายตัว แต่เป็นสิ่งที่ปรับตัวได้ มีความเกี่ยวโยงและตอบสนองต่อสถานที่ ซึ่งถูกหล่อหลอมอย่างต่อเนื่องโดยผืนดินที่สถาบันนั้นตั้งอยู่
กิจกรรมนี้นำเสนอการอภิปรายเกี่ยวกับโครงการ Ripple Ripple Rippling และ Tracing Sand โครงการระยะยาวสองโครงการซึ่งเป็นการหาข้อมูลโดยอิงตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อมจริงที่ถูกหล่อหลอมผ่านการทำงานภาคสนามทั่วชนบทจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดเวลาหลายปี
Ripple Ripple Rippling เผยความสัมพันธ์ยาวนานนับสิบปีกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในชานเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เริ่มต้นในปี พ.ศ.2558 โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงของชีวิตชนบทที่เปิดทางให้แรงงานอพยพจากชนบท 300 ล้านคนกลายเป็นรากฐานของการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วในจีน เนื่องจากสมาชิก field-0 ทั้งสองคนมาจากอู่ฮั่น โครงการนี้จึงเป็นการกลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับผู้คนที่เคยใช้แรงงานเกื้อหนุนและหล่อหลอมการเติบโตของ field-0 แต่พวกเขาไม่เคยได้พบกันอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นที่หมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา โครงการนี้ตั้งคำถามว่าชาวบ้านสร้างโลกอย่างไร ตั้งแต่การฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่เสียหายตามวาระโอกาส ไปจนถึงเครือข่ายการดูแลที่ขยายตัวและก้าวข้ามขอบเขตของความสัมพันธ์ในครอบครัว ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Ripple Ripple Rippling ได้กลายเป็นโครงการที่มีชีวิต ค่อย ๆ ขยายตัวครอบคลุมสถาปัตยกรรม มานุษยวิทยา ภาพยนตร์ รวมถึงการแสดง
ในทางกลับกัน Tracing Sand เคลื่อนตัวไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก้าวข้ามพรมแดนของรัฐชาติ โดยติดตามการพึ่งพาที่ซ่อนเร้นซึ่งแฝงฝังอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศวิทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 field-0 ติดตามการเคลื่อนที่ของทรายและน้ำจากทั่วลุ่มน้ำโขง จากที่ราบสูงทิเบตในจีน ผ่านลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม และต่อไปยังสิงคโปร์ผ่านกระบวนการสกัดทรัพยากรที่นำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ สำหรับ field-0 การเดินทางนี้กลายเป็นการจาริกแสวงบุญของสถาปนิกผู้ฟื้นฟู เป็นความพยายามที่จะรื้อถอนสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นโดยการให้ความสนใจต่อรากฐานของมัน การรื้อถอนคือการเผยให้เห็นถึงที่มาและการก่อกำเนิดของสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในแง่วัสดุ การไหลเวียนของพลังงาน รวมถึงจินตนาการทางสังคมและวัฒนธรรมที่ค้ำจุนสถานที่เหล่านั้นอยู่ ผ่านรูปแบบการวิจัยแบบเร่ร่อนที่เคลื่อนที่ผ่านสถานที่สำคัญ ภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ ชายแดน เขื่อนเก็บน้ำ พื้นที่ขุดลอก ชุมชนชายขอบ และระบบนิเวศที่พังทลาย การเดินทางจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบวิธีในตัวของมันเอง
โครงการเหล่านี้ดำเนินการสลับไปมาระหว่างการศึกษาอย่างใกล้ชิดในระยะยาวและการวิจัยแบบเป็นอิสระจากสถานที่ โดยตั้งคำถามว่าแนวทางการปฏิบัติเกิดขึ้นได้อย่างไรผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน ภูมิทัศน์ โครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัสดุ พวกเขาร่วมกันสำรวจว่าการปฏิบัติงานภาคสนามในระยะยาวสามารถเชื่อมต่อสถานที่และชุมชนที่ห่างไกลเข้าด้วยกันได้อย่างไร ผ่านสายสัมพันธ์ของการดูแล การพึ่งพาอาศัยกัน และการเยียวยาฟื้นฟู
โอเพ่นสตูดิโอ #4 ถือเป็นบทสรุปการเดินทางสิบวันของ Monsoon School #1 โดยนำเสนอแนวคิดของผู้เข้าร่วมโครงการ Monsoon School #1 ซึ่งจะมาแบ่งปันโครงการและการทำงานของพวกเขา ควบคู่กับวัสดุ ตัวต้นแบบ (Prototypes) บทสนทนา และการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดโครงการ โดยมีที่มาจากกลุ่มศึกษา เวิร์กช็อป แบบฝึกหัด การอภิปราย และกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกันที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Exutoire และ Sher Maker Studio
ในฐานะพื้นที่การรวมตัวชั่วคราวที่ก่อร่างขึ้นจากการพบปะ ความสนุกสนาน ความร่วมมือ และการแบ่งปันประสบการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน 'Monsoon School' ขอเชิญชวนให้แวดวงศิลปะ สถาปัตยกรรม ชุมชนทางวัฒนธรรม และแวดวงผู้ทำงานสร้างสรรค์ในวงกว้างของเชียงใหม่และพื้นที่อื่น ๆ ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุย ผ่านการนำเสนอ การจัดแสดง และการสนทนา ผู้เข้าร่วมโครงการและกระบวนกรร่วมของ Monsoon School จะมาเปิดเผยถึงระเบียบวิธีการทำงาน การตั้งคำถาม การสังเกต และการทบทวนไตร่ตรองที่ได้พัฒนาขึ้นตลอดระยะเวลาของโครงการ เชิญชวนให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเองต่อการสำรวจและการเรียนรู้ที่ยังคงดำเนินอยู่เหล่านี้
โอเพ่นสตูดิโอทำหน้าที่เป็นทั้งช่วงเวลาแห่งการหวนกลับและจุดเริ่มต้นของการออกเดินทาง เป็นพื้นที่เพื่อทบทวนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงพิจารณาว่าบทสนทนาและความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรหลังจากที่ Monsoon School จบลง
โอเพ่นสตูดิโอ #4 และสื่อต่าง ๆ ภายในพื้นที่จะยังคงเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปในฐานะห้องสมุดชุมชนจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2569 ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่ เลือกชมหนังสือและสื่อต่าง ๆ อ่านหนังสือ ทำงาน ทบทวนความคิด และแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้อื่นได้
เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 10.00–17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00–17.00 น.
กิตติกรรมประกาศ
ทีม Monsoon School: ริเริ่มและนำโดย เวินโด ร่วมด้วย พิรญาณ์ อาจวิชัย และ อนันตญา ชาญเลิศไพศาล
บรรณาธิการ: โซอี้ บัตต์
ออกแบบ: ลิตา ชาลาอาดิศัย, สุรางคณา กาตาสาย, ศีตภา พรหมมลมาศ
ประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร: ลักษณา บำรุงชีพ
การดำเนินการ: ธาริณี อินทรี, รษิกา วชิรธนากร
งานทะเบียน: ธรรมหทัย เลิศวัชรา
งานพัฒนาองค์กรและความสัมพันธ์เครือข่าย: เมธินี บุญยืน
ถ่ายภาพ: สิรศิลป์ ปังประเสริฐกุล
บันทึกวิดีโอ: วุฒิชัย อินทร์ชู
แปลภาษา: บุษบาพร กิตติสารวัณโณ
ล่าม: จารุณี สุนทรนาค
ขอขอบคุณเป็นพิเศษ: โซอี้ บัตต์, ปัญญ์ จิรกิติ, อ้อมขวัญ สาณะเสน, แซม สืออี้ เฉียน, จิรันธนิน กิติกา และ เบลค พาร์มเมอร์
ด้วยความขอบคุณ
เพื่อนร่วมงานและผู้สนับสนุนจาก ดีเซ็นทรัล และ อาร์ต ตง เอียง แมเนจเมนท์
New Found Art Handler สำหรับการสนับสนุนด้านการผลิตและการติดตั้ง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม (MAIIAM Contemporary Art Museum) สำหรับการสนับสนุนอุปกรณ์
Sher Maker Studio สำหรับการสนับสนุนเวิร์กช็อปสำหรับ Monsoon School #1
*เครดิตภาพสำหรับแกลเลอรีภาพ: Exutoire, NOIR ROW ART SPACE, LIR, 900mdpl และ field-0.
ข้อมูลสำคัญ
โอเพ่นสตูดิโอ #1
NOIR ROW ART SPACE’s Collection of Objects & Other Objects
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569
เวลา 9.30 – 12.30 น.
โอเพ่นสตูดิโอ #2
Institution-Making on a Moving Ground: A Case Study of 900mdpl
โดย LIR
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2569
เวลา 9.30 – 12.30 น.
โอเพ่นสตูดิโอ #3
Drifting Bodies
โดย field-0
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2569
เวลา 9.30 – 12.30 น.
โอเพ่นสตูดิโอ #4
Monsoon School #1
โดยผู้เข้าร่วมโครงการและ Exutoire
วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569
เวลา 14.00 – 17.30 น.
สถานที่:
deCentral เชียงใหม่ ประเทศไทย (Google Map)
เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จำกัดจำนวน 20 ท่าน / ครั้ง)
Organized By


Equipment Support

Venue Support


