บันทึกความทรงจำจากภาคสนาม: บทสรุปจาก Monsoon School #2

ตลอดระยะเวลา 8 วัน Monsoon School #2: ภาคสนามในฐานะวิธีการ ได้ถักทอการเดินทางของเหล่าศิลปิน ภัณฑารักษ์ ผู้ปฏิบัติงานทางวัฒนธรรม นักเคลื่อนไหว สถาปนิก นักภูมิศาสตร์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ และช่างภาพ จากหลากหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เราต่างร่วมใช้เวลาในพื้นที่เดียวกัน แลกเปลี่ยนบทสนทนา ล่องเรือ เดินสำรวจผืนป่า รับประทานอาหาร และสร้างสรรค์ผลงานผ่านบทสนทนาร่วมกันเป็นทีม ความมุ่งมั่นที่ผู้เข้าร่วมทุกคนมีต่อกระบวนการทำงานของตนเองสร้างแรงบันดาลใจให้เราอย่างยิ่ง และเรารู้สึกขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่านต่อความเปิดกว้างในการเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้
ขอขอบคุณ Book Re:public เป็นอย่างสูงสำหรับกิจกรรมการร้อยเรียงประวัติศาสตร์ส่วนตัวเข้ากับประวัติศาสตร์สังคมการเมืองในมิติที่กว้างขึ้น; ขอขอบคุณ โฮงเฮียนแม่น้ำโขง (Mekong School) ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอด 5 วัน ณ อำเภอเชียงของ พร้อมแบ่งปันบทเรียนจากการขับเคลื่อนและเรียกร้องสิทธิเพื่อแม่น้ำโขงและชุมชนริมสองฝั่งชายแดนไทย-ลาวตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เรายังได้เห็นว่านิทานพื้นบ้านทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดเก็บและส่งต่อองค์ความรู้ของชุมชนอย่างไร; ขอบคุณกลุ่ม Wo-Men Work ที่ชวนพวกเราขบคิดผ่านกรอบแนวคิดแบบข้ามมาตราส่วน (Transcalar) เพื่อสำรวจว่าแต่ละระดับมิตินั้นเปิดเผยหรือบดบังสิ่งใดอยู่; และขอขอบคุณ อาจารย์วรงค์ วงศ์ลังกา ที่นำพาความสนใจของพวกเราไปสู่โลกอันละเอียดอ่อนของพืชพรรณและแมลง ผ่านการเดินสำรวจยามเช้าตรู่และยามค่ำคืน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำป่าชุมชนบ้านม่วงชุม และเนินทรายฝั่งไทยของแม่น้ำโขง นอกจากนี้ เราขอขอบคุณคณะกรรมการป่าชุมชน, ลุงเมือง ศรีสม และกลุ่มประมงพื้นบ้าน ณ ม่อนน่านฟ้า สำหรับการนำทางและการต้อนรับที่อบอุ่น
ผู้เข้าร่วมยังได้รับบทเป็นกระบวนกร ผ่านช่วงกิจกรรม "Monsooning" โดยการนำประเด็นคำถามของตนเองเข้ามาสู่บทสนทนาร่วม: เราจะรับฟังและปรับจังหวะเข้าหากันได้อย่างไร? เรื่องเล่าถูกส่งต่อและผลิตซ้ำอย่างไร และมีสิ่งใดตกหล่นหรือแปรเปลี่ยนไประหว่างทาง? การนำวัตถุหรือเสียงออกจากบริบทเดิมส่งผลต่อวามหมายของสิ่งนั้นอย่างไร? ในทุกบทสนทนาเราได้ย้อนกลับมาพิจารณาถึงความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมที่เราแบกรับไว้ ทั้งในบทบาทก่อนหน้า ระหว่าง และหลังจากการปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่หรือชุมชนนั้น ๆ
เมื่อกลับมาถึงเชียงใหม่ สิ่งที่เราได้พบเจอและเรียนรู้มาได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นการทำงานรูปแบบเชิงพื้นที่ ผ่านบันทึกภาคสนาม แผนที่ เสียง ภาพถ่าย วัตถุ และท่าทางการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกจัดแสดงให้เข้าชม ณ deCentral เชียงใหม่ ตั้งแต่นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2570
Monsoon School ได้กลายเป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดและระเบียบวิธีวิจัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานสร้างสรรค์ ที่ก้าวข้ามกรอบแนวคิดและการทำงานในรูปแบบที่เราคุ้นเคย การเรียนรู้ร่วมกันช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ชี้ให้เราตระหนักถึงสิ่งที่สาขาวิชาชีพและประสบการณ์ส่วนตัวของเราอนุญาตให้เรามองเห็น รวมถึงสิ่งที่เราอาจจะละเลยมองข้ามไป การนำมุมมองและวิธีการที่หลากหลายมาปะทะสังสรรค์กัน ทำให้เราตระหนักว่าพวกเราจะสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างไร เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสภาวะความเป็นจริงที่เราพบเจอให้รอบด้านยิ่งขึ้น พร้อมทั้งค้นหาวิธีการโต้ตอบและคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ ร่วมกัน
สำหรับ deCentral เราเดินทางกลับมาพร้อมความรับรู้ที่แจ่มชัดยิ่งขึ้นต่อประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่าง ๆ โครงการและการดำเนินงานที่ดำเนินอยู่ในพื้นที่ก่อนการมาเยือนของพวกเรา รวมทั้งตระหนักถึงตำแหน่งแห่งที่ของตัวเราเองท่ามกลางความสัมพันธ์ทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และระบบนิเวศที่ขยายตัวออกไปเกินกว่ากรอบของสถาบัน และแน่นอนว่าเราจะกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน